การปลูกหม่อน

การปลูกหม่อน

ต้นหม่อน

ชาวบ้านจะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อทอผ้าไหมเอง เริ่มแรกชาวบ้านจะปลูกหม่อนพันธุ์พื้นเมือง ภายหลังเมื่อเกิดโครงการส่งเสริมการปลูกหม่อน ศูนย์ศิลปาชีพ ชาวบ้านแต่ละรายจะปลูกและดูแลให้ต้อนหม่อนเจริญเติบโตตามแปลงที่ได้รับการจัดสรร การปลูกหม่อนของชาวบ้านจะปล่อยให้ต้นหม่อนเจริญเติบโตเองตามธรรมชาติ และจะไม่ใช้สารเคมีโดยเด็ดขาดเพราะสารเคมีจะตกค้างและมีผลกระทบต่อการเลี้ยงหนอนไหม การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเองนั้นยังให้ผลผลิตน้อยไม่เพียงพอต่อการทอผ้า ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของชาวบ้านจึงใช้ทั้งเส้นไหมที่เลี้ยงเองและไหมจากโรงงาน

หม่อน (Mulberry) เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Maraceae เป็นไม้ยืนต้นประเภทพุ่ม ลำต้นมีสีเขียวแก่หรือสีน้ำตาล มีตาข้างมากมาย ใบมีสีเขียวเข้ม ดอกตัวเมียเมื่อได้รับการผสมแล้วจะเปลี่ยนเป็นผล ซึ่งมีลักษณะเป็นผลรวม (aggregate fruit) หม่อนเป็นพืชกึ่งร้อน (subtropical) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชีย สามารถปลูกได้ทั่วไปในประเทศไทย เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในฤดูฝน การเจริญเติบโตจะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนเข้าหน้าแล้ง พันธุ์หม่อนพื้นเมืองของไทยได้มีการรวบรวมไว้ ได้แก่ หม่อนน้อย หม่อนสร้อย หม่อนแดง หม่อนแก้วชนบท หม่อนไผ่ หม่อนคุนไพ หม่อนแก้วอุบล หม่อนใหญ่อุบล หม่อนตาดำ เป็นต้น หนอนไหมมีความสามารถในการเปลี่ยนโปรตีนจากใบหม่อนเป็นเส้นใยไหมได้ดีกว่าการเลี้ยงด้วยพืชชนิดอื่น ใบหม่อนเพียง 108-120 กิโลกรัม สามารถเปลี่ยนเป็นรังไหมได้ประมาณ 6-7 กิโลกรัม เมื่อนำมาสาวเป็นเส้นไหมจะได้ประมาณ 1 กิโลกรัม ( ที่มา : feng_shui (2550). “หม่อน”…หยาดเพชรในใจของทุกคน . [ออนไลน์]. สืบค้นจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=29241.)

หม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60

       กรมหม่อนไหม ให้ข้อมูลไว้ว่า หม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 นั้นมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morus alba l. หม่อนสายพันธุ์นี้เกิดจากการที่ผู้อำนวยการสถานีทดลองหม่อนไหมบุรีรัมย์ (คุณเธียรศักดิ์ อริยะ) และผู้อำนวยการสถานีทดลองหม่อนไหมศรีสะเกษ (คุณไชยยงค์ สำราญถิ่น) ได้นำท่อนพันธุ์หม่อนหมายเลข 44 มาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตดี ใบใหญ่ หนา ข้อปล้องถี่ ให้ผลผลิตต่อไร่สูง แต่มีข้อเสีย คือ ขยายพันธุ์โดยใช้ท่อนพันธุ์ปักชำในแปลงโดยตรงไม่ได้ เพราะอัตราการออกรากต่ำ และหม่อนน้อย ซึ่งเป็นหม่อนพันธุ์พื้นเมืองที่เกษตรกรนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย การเจริญเติบโตดี ขยายพันธุ์โดยการตัดกิ่งปักชำในแปลงได้โดยตรง ดังนั้น สถานีทดลองหม่อนไหมบุรีรัมย์ จึงได้นำหม่อนทั้ง 2 พันธุ์มาผสมพันธุ์กัน โดยมีเป้าหมายหลักในอันที่จะใช้ท่อนพันธุ์ปักชำหรือปลูกในแปลงโดยตรง จากการคัดเลือกลักษณะดีเด่นของหม่อนลูกผสมมากกว่า 36 พันธุ์ ปรากฏว่าหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 (บร. 9) เป็นพันธุ์ที่มีอัตราการออกรากดี ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ลักษณะใบอ่อนนุ่มเหมาะแก่การเลี้ยงไหมเป็นอย่างมาก

ลักษณะเด่น

       1. มีผลผลิตต่อไร่สูง 4,327.96 กิโลกรัม/ไร่/ปี
       2. เป็นพันธุ์ที่มีอัตราการออกรากสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้ท่อนพันธุ์ที่มีอายุ ตั้งแต่ 6 – 10 เดือน ปักชำหรือ ปลูกในแปลงได้โดยตรง หรือใช้วิธีการติดตา เสียบกิ่ง หรือเสียบรากก็ได้
       3. การแตกกิ่งและการเจริญเติบโตอายู่ในเกณฑ์ดี โดยมีค่าเฉลี่ยของจำนวนกิ่ง หลังตัดต่ำ 8.9 กิ่ง/ต้น เมื่อหม่อนมีอายุ 2 ปีขึ้นไป และให้ความยาวของกิ่งหลัง ตัดต่ำเฉลี่ย 170.6 เซนติเมตร
       4. ลักษณะของใบ ใบไม่มีแฉก ขนาดใบใหญ่ หนา อ่อนนุ่ม ไม่เหี่ยวง่าย พื้นที่ใบ มาก เป็นหม่อนเพศเมีย
       5. ลักษณะทรงพุ่ม และการตัดแต่งกิ่งเป็นพันธุ์ที่มีทรงพุ่มดี มีลักษณะตั้งตรงหลัง เก็บเกี่ยว หรือตัดแต่งกิ่ง มีการแตกกิ่งเร็ว ไม่พักตัวในทุกฤดูกาลจึงทำให้มีใบ เลี้ยงไหมได้ตลอดป
       6. เป็นพันธุ์ที่ปลูกได้ดีในทุกสภาพพื้นที่
       7. ตอบสนองต่อปุ๋ย
       8. เป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคราแป้งได้ดี
       9. เป็นพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคใบด่าง

ข้อจำกัด

       1. หม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 เป็นพันธุ์ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกในลักษณะพื้นที่ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และพื้นที่ขาดการปรับปรุงบำรุงดิน หรือปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอ
       2. เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า15 องศาเซลเซียส จะมีการพักตัว
(ที่มา: กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. พันธุ์หม่อน-ไหม พันธุ์ดี. [แผ่นพับ]. กรุงเทพฯ : กรมหม่อนไหม.)

ข้อมูลเพิ่มเติม

       1. ความรู้เรื่องหม่อนไหมและผลิตภัณฑ์
       2. การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม